Der Dhammakaya Tempel in meinen Augen

Der Dhammakaya Tempel in meinen Augen, wie Politik und Medien ihn bodenlos verunglimpfen.
Mein Name ist Yunni Indriani, ich komme aus Allgäu und bin als Kardiologin in einem Lehrkrankenhaus von München tätig. Die jetzige Situation gegen die Mönche und den Dhammakaya Tempel in Thailand macht mich zutiefst traurig. Zumal wird häufig dem Dhammakaya Tempel als eine Sekte vorgeworfen.
Etymologisch geht das Wort Sekte auf das lateinische “secta”zurück, welches vom Verb “sequi” – “folgen” i.S.v. “einem Meister nachfolgen” abzuleiten ist.
Heutzutage werden Gruppen, meist religiöse Gruppen, deren Ansichten meist sehr radikal und abwegig sind sowie den ethischen Grundwerten der Gesellschaft widersprechen, als Sekten bezeichnet. Dass der Dhammakaya Tempel in vielen Medien als eine Sekte häufig propagiert wurde, liegt meiner Meinung nach an fehlendem Kenntnis von vielen Leuten und Journalisten über den Dhammakaya Tempel. Wir Menschen haben aber trotzdem die Aufgabe, die Informationsflut der Medien, unter anderem in der virtuellen Welt, zu überblicken, jedoch nicht blind zu vertrauen. 
Ich besuche regelmäßig seit mindestens 13 Jahren den Dhammakaya Tempel in Königsbrunn Bayern um zu meditieren und Verdienste zu machen. Die Belehrungen durch die Mönche im Dhammakaya Tempel und das Praktizieren von Meditation bringen mehr Frieden und Gelassenheit in mein stressiges Berufsleben als eine Ärztin. Ich kann mehr Empathie zeigen und meine Freude besser mit Mitmenschen teilen.
Die Mönche aus dem Dhammakaya Tempel geben uns die Belehrungen von Buddha weiter, es gibt hier keine Offenbarung den einzig wahren Weg zur Erlösung zu kennen. Ich wurde nicht gezwungen, dem Dhammakaya Tempel beizutreten und wurde bisher von der übrigen Welt nicht abgegrenzt. Ganz im Gegenteil, meine zwischenmenschlichen Beziehungen werden durch mehr Liebe, Freundlichkeit und Empathie deutlich optimiert.
Ich bin außerdem sehr begeistert, wieviel gute und positive Dinge der Dhammakaya Tempel und dessen Laien bisher zur Gesellschaft beigetragen haben, nicht nur religiös, sondern auch humanitär.
Ich kann sicher sagen, dass der Dhammakaya Tempel alles andere als eine Sekte ist. Ich hoffe, dass die Situtation in Thailand friedlich und gerecht ausgehen wird.
Falsche Anschuldigung und Kriminalisierung gegenüber dem Abt und dem Dhammakaya Tempel verletzen nur noch die Menschenrechte und Religionsfreiheit und gefährden das weitere Überleben des Buddhismus in Thailand.


My name is Yunni Indriani. I live in Bavaria and work as a cardiologist in a hospital in Munich. What happens to the temple and the monks makes me very sad. Besides this the Dhammakaya temple is often called “sect, but it is really not a sect!
The origin of this word goes back to the Latin language and means “to follow a master”. Today religious groups which are radical and opponent to fundamental values are called “sect”. I think that lacking knowledge about the Dhammakaya temple is the reason why the media often call the temple a sect.
I have been visiting the Dhammakaya temple in Königsbrunn for more than 13 years. The teachings and the meditation practice bring peace serenity in my stressful life.
The monks at the Dhammakaya temple give us Buddha’s teachings. I was not forced to anything by the temple. And I am not isolated from the rest of the world just because I am a member of the temple. It’s the opposite : I live more happily and empathically with all the people in my life.
The Dhammakaya temple does a lot of good things to the society – not only religious but also humanitarian.
I can surely testify that the Dhammakaya temple is not a sect. I hope the situation in Thailand will end peacefully and fair. False accuses at the temple and the abbot hurt human rights threaten Buddhism in Thailand.


“ วัดพระธรรมกายไม่ใช่ลัทธิ” จากสติปัญญาและหัวใจคุณหมอชาวเอเชีย เกียรตินิยมเหรียญทองแพทย์เยอรมัน

ทุกวันนี้กลุ่มทางศาสนาโดยส่วนมากมักจะถูกมองว่าเป็น’ลัทธิ’ ซึ่งในความเป็นจริงก็เป็นการเรียกขึ้นมาเพื่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบ ดังที่วัดพระธรรมกายในขณะนี้กำลังเผชิญ เกิดจากความไม่รู้และไม่เข้าใจของคนและสื่อเท่านั้นเอง
Dr. med. Yunni Indriani Kardiologin von München หากท่านใดที่เคยเรียนที่ประเทศเยอรมนีจะพบว่าระบบการศึกษาของเยอรมันนั้น การออกเกรดจะกลับหัวกลับหางกับของไทย ให้เอา 5ลบเกรดเยอรมันจะกลายเป็นเกรดไทย   เช่น1.00 ของเยอรมัน คือ 4.00 ของไทย หรือ เกรดเอ และเกรดของเยอรมันนั้นโหดหินจริงๆ  ใครที่คว้าเกรด 1.00 ของเยอรมันมาได้ ถือว่าสุดยอดจริงๆ
 เป็นเรื่องน่าชื่นชม ที่มีชาวเอเชียสามารถเรียนคณะแพทย์ในมหาวิทยาลัยของประเทศเยอรมนี ด้วยเกรดเยอรมันที่น้อยกว่า1.00  นั่นคือสติปัญญาในการศึกษาเล่าเรียนของเธอยอดเยี่ยมมาก  ผลการเรียนได้มากกว่าเกรดเอนั่นเอง!!!
 คุณหมอท่านนี้คือ แพทย์หญิง ยุนนี่ อินดริอานี่ เกิดในครอบครัวคหบดีเชื้อสายจีนที่ตั้งหลักปักฐานทำธุรกิจที่ประเทศอินโดนีเซีย  เมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่ประเทศบ้านเกิดของเธอ  เธอสามารถสอบเข้าเรียนต่อคณะแพทย์ในประเทศเยอรมนีได้และเรียนจบระดับเกียรตินิยมเหรียญทอง
เมื่อสอบถามถึงเทคนิคการเรียนของเธอ  เธอตอบอย่างถ่อมตัวว่า เธอไม่ใช่คนเก่ง แต่มีความพยายามเท่านั้นเอง  ความรู้ภาษาเยอรมันของเธอด้อยกว่าเพื่อนชาวเยอรมัน เธอจึงต้องอดทนอ่านหนังสือหลายๆรอบ มีการเขียนสิ่งที่อ่านแล้วออกมาเป็นภาพเพื่อช่วยในการจดจำ เธอบอกอีกว่า สิ่งที่ทำให้เธอทำได้เช่นนี้เพราะ “ การฝึกสมาธิ”
คุณหมอยุนนี่ได้มาฝึกสมาธิที่ศูนย์สาขาของวัดพระธรรมกายในประเทศเยอรมนีตั้งแต่ยังเป็นนักเรียนภาษา ช่วงไหนสะดวกก็เป็นอาสาสมัครช่วยงานวัดอย่างไม่เกี่ยงงาน ไม่ว่าจะเป็นการล้างจาน ทำความสะอาดวัด และงานด้านภาษาภาษาเยอรมัน จนปัจจุบันแม้เรียนจบและทำงานแล้ว คุณหมอยุนนี่ ก็ยังปฏิบัติต่อวัดเช่นเดิมและช่วยดูแลเรื่องสุขภาพของพระ เจ้าหน้าที่ และสาธุชนที่มาทำบุญที่วัดอีกด้วย

ขณะเดินทางระหว่างประเทศ คุณหมอยุนนี่ เคยช่วยชีวิตผู้โดยสารที่เกิดเหตุป่วยฉุกเฉินบนเครื่องบิน3ครั้ง จนได้บัตรกำนัลของสองสายการบินมาเลยทีเดียว

เมื่อทราบข่าวเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับวัดพระธรรมกายในช่วงนี้ เธอจึงเขียนเรื่องราวสื่อสารไปทางโลกออนไลน์เป็นภาษาเยอรมัน  ใจความแปลเป็นไทยว่า
“ ดิฉันชื่อยุนนี่ อินดริอานี เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านหัวใจในเมืองมิวนิคสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับพระสงฆ์และวัดพระธรรมกายเป็นสิ่งที่ทำให้ฉันรู้สึกหดหู่ใจเป็นอันมากโดยที่วัดพระธรรมกายนั้นมักจะถูกเข้าใจผิดไปว่าเป็นลัทธิหนึ่งเท่านั้น คำว่า“ลัทธิ”  ในภาษาเยอรมัน มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินที่แปลว่า การทำตามๆ กันและแปลงความหมายมาเป็น การทำตามผู้นำ
ทุกวันนี้กลุ่มทางศาสนาโดยส่วนมากมักจะถูกมองว่าเป็นลัทธิซึ่งในความเป็นจริงก็เป็นการเรียกขึ้นมาเพื่อให้เกิดความรู้สึกด้านลบ ดังที่วัดพระธรรมกายในขณะนี้กำลังเผชิญ ในหลายสื่อมีการใช้คำว่าลัทธิต่อวัดพระธรรมกาย ซึ่งในความเห็นส่วนตัว เป็นการกระทำที่เกิดจากความไม่รู้ของประชาชนและนักข่าวผู้ที่ไม่ได้เข้าใจวัดพระธรรมกายและในฐานะที่เราเองก็ต้องมีหน้าที่ในการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง กับสื่อต่างๆไปจนถึงระดับสากลเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องต่อวัดพระธรรมกาย
ดิฉันไปวัดพระธรรมกายศูนย์สาขาในต่างประเทศอย่างสม่ำเสมอมากกว่าสิบสามปีไปปฏิบติธรรมและทำบุญที่วัดพระธรรมกายในแคว้นบาวาเรียน ได้ศึกษาคำสอนทางพระพุทธศาสนาจากพระสงฆ์และเรียนรู้วิธีการปฏิบัติธรรมที่นั่น จนพบกับความสงบและปล่อยวางช่วยผ่อนคลายความเครียดจากอาชีพแพทย์ จนฉันสามารถจะส่งต่อความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นไปยังคนรอบข้างด้วย
คณะสงฆ์จากวัดพระธรรมกายได้ให้ความรู้ในหลักธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ไม่ได้มีการบังคับให้เชื่อโดยไม่มีความสมัครใจ ไม่มีใครบังคับฉันให้เข้าวัดพระธรรมกาย และไม่มีใครมากีดกั้นการเข้าวัดของฉันด้วย ในทางตรงกันข้ามวัดกลับสอนให้รู้จักมีความรัก ความเมตตา และมีน้ำใจต่อผู้อื่น
ฉันจึงรู้สึกประทับใจหลายสิ่งของวัดที่เป็นสิ่งดีและสอนให้คิดบวกและเป็นสิ่งที่ทางวัดสอนให้กับคนในสังคมโดยไม่ยึดติดกับความเป็นศาสนาแต่ให้ยึดหลักมนุษยธรรม
จนถึงวันนี้ฉันแน่ใจว่าวัดพระธรรมกายไม่ใช่ลัทธิและก็หวังให้สถานการณ์ในประเทศไทยสงบและเป็นธรรมโดยไว
การแจ้งข้อกล่าวหาและอาชญากรรมต่อท่านเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายนั้น(หลวงพ่อธัมมชโย) เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวด ละเมิดสิทธิมนุษยชนและริดรอนสิทธิในการนับถือศาสนาซ้ำยังเป็นการทำลายพระพุทธศาสนาในประเทศไทย”

 หากชาวพุทธทั้งหลาย ใช้หลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชนคือ “กาลามสูตร “ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆอย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณโทษหรือดีไม่ดีก่อนเชื่อ คงไม่เกิดความขัดแย้งทางความคิดด้านศาสนาของคนไทยอย่างรุนแรงจนใกล้จะเป็นสงครามกลางเมือง ทำร้ายคนไทยด้วยกันเอง ดังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ 
…..พึงตั้งสติให้มากกว่านี้ ก่อนที่ประเทศไทยจะเกิดความสูญเสียทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและพุทธศาสนาไปมากกว่านี้ 


参考記事:
http://germanytext.blogspot.jp/2017/02/blog-post_27.html